Mobirise Site Generator

FORD MUSTANG

ฟอร์ด มัสแตง (Ford Mustang) เป็นรถนั่งสมถรรนะสูง เครื่องยนต์หน้าลำ 2 ประตู ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง 2+2,2 ที่นั่ง ผลิตโดยบริษัทรถยนต์สัญชาติอเมริกัน ฟอร์ด ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกในวันที่ 17 เมษายน 1964[1]ปัจจุบันฟอร์ดมัสแตง ได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในรถที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของฟอร์ด

ฟอร์ด มัสแตง เป็นรถที่ได้รับความนิยมพอสมควรในแถบอเมริกาและยุโรปบางส่วน ในปีเดียวกับการเปิดตัวครั้งแรก รถมัสแตง ถูกนำไปใช้แสดงในภาพยนตร์เรื่อง จอมมฤตยู 007 มัสแตงมีจุดเด่นในความที่เป็นรถที่ ฝาครอบเครื่องยนต์ด้านหน้าจะยาวเมื่อเทียบสัดส่วนกับรถทั่วไป

มัสแตง มียอดขายเฉลี่ย 1 ล้านคัน ทุกๆ 18 เดือน (ใกล้เคียงกับ โตโยต้า โคโรลล่า "อัลติส") จากอดีตถึงปัจจุบัน มัสแตง ซึ่งมีราคาแพงกว่ารถเก๋งขนาดเล็ก แต่กลับมียอดขายใกล้เคียงกับรถเก๋งขนาดเล็กราคาถูกยอดนิยมของญี่ปุ่น แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพและความนิยมในมัสแตง

มัสแตง จัดเป็นรถประเภท มัสเซิลคาร์ (Muscle car ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์การออกแบบรถ 2 ประตูที่ใช้เครื่องยนต์เครื่องยนต์ V8 ของอเมริกัน ซึ่งเน้นรูปทรงเหลี่ยม นอกจากนี้ยังจัดเป็น Pony Car คือ เป็นได้ทั้งรถสปอร์ตและรถ Compact ทั่วไป ซึ่งเป็นรถที่เอนกประสงค์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถสปอร์ต 

MUSTANG
HERITAGE

ตลอดระยะเวลากว่า 50 ปี ฟอร์ด มัสแตง ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลง ตามสภาพเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ในบริบทที่ต่างกันไปของชนอเมริกัน แต่ละยุคสมัย ฟอร์ด มัสแตง ได้เปลี่ยนแปลงรูปโฉมไปถึง 6 แบบ
จวบจนปัจจุบัน แต่ยังคงรักษาจิตวิญญานที่แสดงออกถึงตัวตนได้อย่างชัดเจน ต่อไปจะได้จำแนกไปตามยุคสมัยดังนี้
  • ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่  1

    1. Generation 1  ( 1964 - 1973 )

    ในโฉมนี้ ช่วงแรกๆ หลังจากเริ่มเป็นที่นิยม จะใช้เครื่องยนต์ straight-6 ขนาด 2.8 ลิตร เกียร์ธรรมดา 3 สปีด เป็นมาตรฐาน ขายในราคา 2,368 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่าเงินประมาณ 16,000 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน) มียอดขายถึง 478,812 คัน แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาให้มีความแรงมากยิ่งขึ้น และเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ และราคาแพงขึ้น

  • ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 2   

    2. Generation 2 ( 1974 - 1978 )

    หลังจากรถยนต์โฉมที่ 1 เริ่มขายไม่ออก เพราะขนาดเครื่องยนต์ ความแรง และราคาที่เกินพอดีของคนในยุคนั้น มัสแตง โฉมที่ 2 จึงถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง ลูกสูบเล็กลง และเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อฟื้นฟูให้รถยนต์ประเภท pony car ไม่เกินกำลังของผู้บริโภคทั่วๆไปที่จะหาซื้อ

  • 3 ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 3

    3. Generation 3 ( 1979 - 1993 )

    โฉมที่ 3 มีความใหญ่มากกว่าในโฉมที่ 2 และในโฉมที่ 3 นี้ มีการผลิตรถ 4 ที่นั่งออกมาขายรวมๆ กับมัสแตง 2 ที่นั่งทั่วๆ ไป (ก่อนหน้านี้มัสแตงไม่มีรถ 4 ที่นั่งเลย) โดยรถ 4 ที่นั่งนั้น ที่นั่งแถวหลังจะมีขนาดเล็กกว่าแถวหน้า

  • 4 ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 4

    4. Generation 4 ( 1994- 2004 )

    โฉมนี้ เป็นโฉมที่มีความแตกต่างจากโฉมที่แล้วเป็นอย่างมาก (การเปลี่ยนโฉมครั้งก่อนๆ ตัวรถจะไม่เปลี่ยนแปลงมากถึงขนาดนี้) โดยรถดีไซน์ใหม่นี้ ยังเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังตามสไตล์ของมัสแตงดั้งเดิม แต่ระบบขับเคลื่อนล้อ ได้เปลี่ยนไปใช้ระบบที่ทันสมัย ตอบสนองได้ดีไม่แพ้รถขับเคลื่อนล้อหน้า และยกเลิกการผลิตบอดี้แบบ hatchback 

  • 5 ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 5

    5. Generation 5 (  2005- 2014  )

    โฉมนี้ เป็นโฉมปัจจุบันของมัสแตง ในช่วงออกแบบ กระแสความนิยมย้อนยุค (Retro) มาแรง การออกแบบมัสแตงโฉมที่ 5 จึงออกแบบตัวรถให้มีความคลาสสิก โดยออกแบบใหม่ทั้งคัน แทบไม่เหลือเค้าโครงของมัสแตงโฉมที่ 4 เลย โดยการออกแบบมัสแตงโฉมนี้ ได้ผสมสไตล์ของมัสแตงโฉมแรกเข้าไปพอสมควร จนมีผู้ตั้งฉายาให้มัสแตงโฉมที่ 5 ว่า "retro-futurism" หรือ ลัทธิย้อนยุค massa elit.

  • 6 ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 6

    Generation ที่ 6 ( รุ่นปี ค.ศ. 2015-ปัจจุบัน )

    ฟอร์ด มัสแตง รุ่นที่ 6 ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2013 โดยใช้ชื่อโฉมเป็นโฉมปี 2015 เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของฟอร์ด มัสแตง ที่ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1964 ซึ่งใช้ชื่อโฉมเป็นปี 1965

ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 1

Generation ที่ 1 (รุ่นปี ค.ศ. 1964-1973)
ในโฉมนี้ ช่วงแรกๆ หลังจากเริ่มเป็นที่นิยม จะใช้เครื่องยนต์ straight-6 ขนาด 2.8 ลิตร เกียร์ธรรมดา 3 สปีด เป็นมาตรฐาน ขายในราคา 2,368 ดอลลาร์สหรัฐ (เทียบเท่าเงินประมาณ 16,000 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน) แต่ต่อมาได้มีการพัฒนาให้มีความแรงมากยิ่งขึ้น และเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ และราคาแพงขึ้น

ในปีแรกหลังเปิดตัว รถมัสแตงมียอดขายถึง 478,812 คัน และในปีเดียวกับการเปิดตัวครั้งแรก มัสแตงถูกนำไปใช้แสดงในภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ เรื่อง จอมมฤตยู 007 ด้วย

เครื่องยนต์รุ่นท็อปของฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 1 นี้ เห็นจะได้แก่ เครื่องยนต์ Super Cobra Jet V8 7.0 ลิตร 375 แรงม้า ซึ่งถือเป็นแรงม้าที่สูงมากเมื่อเทียบกับรถอื่นๆ ในยุคเดียวกัน ซึ่งเครื่องยนต์รุ่นท็อปนี้ ถูกผลิตใช้เป็นครั้งแรกในรุ่นปี ค.ศ. 1971

รถมัสแตงในโฉมนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นรถ 2 ที่นั่ง ตัวถัง 3 แบบ convertible , hardtop , fastback 2 ประตู คละกันไป แต่ในช่วงปลายๆ ของโฉม รถประเภท pony car ขายไม่ดี เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มไม่สนใจรถยนต์ประเภทนี้ เพราะราคาแพงเกินไป จึงเริ่มหันไปซื้อรถที่ราคาถูกและประหยัดกว่า ยอดขายฟอร์ดมัสแตงจึงลดลง ทางฟอร์ดจึงเร่งผลิตรถโฉมที่ 2 ออกมา 

ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 2

Generation ที่ 2 (รุ่นปี ค.ศ. 1974-1978)
หลังจากรถยนต์โฉมที่ 1 เริ่มขายไม่ออก เพราะขนาดเครื่องยนต์ ความแรง และราคาที่เกินพอดีของคนในยุคนั้น มัสแตง โฉมที่ 2 จึงถูกออกแบบมาให้มีขนาดเล็กลง ราคาถูกลง ลูกสูบเล็กลง และเครื่องยนต์ใช้เชื้อเพลิงอย่างคุ้มค่ามากขึ้น เพื่อฟื้นฟูให้รถยนต์ประเภท pony car ไม่เกินกำลังของผู้บริโภคทั่วๆไปที่จะหาซื้อ
มัสแตงโฉมที่ 2 มีขนาดลูกสูบเริ่มต้นที่ 2.8 ลิตร SOHC I4 และสูงสุดที่เครื่องขนาด 4.9 ลิตร V8 ซึ่งมีราคาถูกลงมาก ทำให้เกิดการซื้อรถมัสแตงเพิ่มขึ้น หลังจากโฉมที่ 2 เปิดตัวได้ครบ 1 ปี ฟอร์ดขายมัสแตงเฉพาะโฉมที่ 2 รวมขายได้ 385,993 คัน

มัสแตงโฉมนี้ มีรูปแบบบอดี้ภายนอก 2 แบบพื้นฐาน คือ coupe 2 ประตู และ hatchback 3 ประตู

เวลาผ่านไป ประชาชนเริ่มต้องการซื้อรถสปอร์ตขนาดใหญ่ขึ้น บรรจุคนได้มากขึ้น ยอดขายของมัสแตงจึงเริ่มหล่นลงอีก ทางฟอร์ด จึงต้องออกแบบมัสแตง โฉมที่ 3 ออกมา 

ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 3

Generation ที่ 3 (รุ่นปี ค.ศ. 1979-1993)
โฉมที่ 3 มีความใหญ่มากกว่าในโฉมที่ 2 และในโฉมที่ 3 นี้ มีการผลิตรถ 4 ที่นั่งออกมาขายรวมๆ กับมัสแตง 2 ที่นั่งทั่วๆ ไป (ก่อนหน้านี้มัสแตงไม่มีรถ 4 ที่นั่งเลย) โดยรถ 4 ที่นั่งนั้น ที่นั่งแถวหลังจะมีขนาดเล็กกว่าแถวหน้า

มัสแตงโฉมที่ 3 มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนสปีดในเกียร์ โดยรถเกียร์ธรรมดา จะมี 4 หรือ 5 สปีด (ของเดิม 3 กับ 4 สปีด) แล้วแต่รุ่น ส่วนเกียร์อัตโนมัติ จะมี 3 หรือ 4 สปีด (ของเดิม 2 กับ 3 สปีด) แล้วแต่รุ่นรถเช่นกัน และบอดี้รถก็มี 3 รูปแบบ คือ coupe , hatchback , convertible 2 ประตู

เครื่องยนต์แทบทุกระบบ นำรูปแบบมาจากมัสแตงในโฉมที่ 2 โดยมีตั้งแต่ 85-140 แรงม้า ลูกสูบ 2.3-4.9 ลิตร แต่ก็มีการผลิตเครื่องยนต์ชนิดใหม่ขึ้นบ้าง เช่น เครื่องยนต์ประเภท SVO

ในยุคกลางๆของโฉม ยอดขายของมัสแตงลดลงอีกครั้ง เนื่องด้วยช่วงนั้น รถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหน้าเริ่มเป็นที่นิยมแทนรถขับเคลื่อนล้อหลังแบบเก่า รถสปอร์ตยอดนิยมของประชาชนดูจะเปลี่ยนจากมัสแตงเป็นรถสปอร์ตมาสด้า ทางฟอร์ดคิดจะเปลี่ยนมัสแตงเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า แต่เมื่อแฟนพันธุ์แท้ของรถมัสแตงทราบ ก็ได้เขียนจดหมายมาต่อว่า เพราะการขับเคลื่อนล้อหลังถือเป็นเสน่ห์อีกอย่างของมัสแตง ทางฟอร์ดจึงต้องหาทางออกอื่น 

ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 4

Generation ที่ 4 (รุ่นปี ค.ศ. 1994-2004)
โฉมนี้ เป็นโฉมที่มีความแตกต่างจากโฉมที่แล้วเป็นอย่างมาก (การเปลี่ยนโฉมครั้งก่อนๆ ตัวรถจะไม่เปลี่ยนแปลงมากถึงขนาดนี้) โดยรถดีไซน์ใหม่นี้ ยังเป็นรถขับเคลื่อนล้อหลังตามสไตล์ของมัสแตงดั้งเดิม แต่ระบบขับเคลื่อนล้อ ได้เปลี่ยนไปใช้ระบบที่ทันสมัย ตอบสนองได้ดีไม่แพ้รถขับเคลื่อนล้อหน้า และยกเลิกการผลิตบอดี้แบบ hatchback

เครื่องยนต์ตัวท็อปของโฉมที่ 4 เห็นจะได้แก่ เครื่องรุ่น Cobra หรือเครื่อง DOHC 4.6 ลิตร supercharged 390 แรงม้า และทอร์ก 529 นิวตันเมตร แต่ผู้ที่เป็นเจ้าของรถ Cobra หลายคนกล่าวว่า รถรุ่น Cobra เวลาใช้จริงจะมีแรงมากกว่า 390 แรงม้า ซึ่งอาจแรงถึง 425 แรงม้าก็เป็นไปได้ และรถรุ่น Cobra สามารถวิ่งได้เร็วกว่า 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มัสแตงโฉมที่ 4 เกียร์ธรรมดา จะมี 5 หรือ 6 สปีด (ของเดิม 4 หรือ 5 สปีด) และเกียร์อัตโนมัติจะมี 4 สปีด

เครื่อง Cobra อันที่จริงนี้มีหลายรุ่นหลายแบบ แต่ตัวท็อปสุดนั้น ออกมาในรุ่นปี ค.ศ. 2003 ไม่นานหลังจากนั้น มัสแตง ก็เข้าสู่โฉมที่ 5 

ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 5

Generation ที่ 5 (รุ่นปี ค.ศ. 2005-2014)
โฉมนี้ เป็นโฉมปัจจุบันของมัสแตง ในช่วงออกแบบ กระแสความนิยมย้อนยุค (Retro) มาแรง การออกแบบมัสแตงโฉมที่ 5 จึงออกแบบตัวรถให้มีความคลาสสิก โดยออกแบบใหม่ทั้งคัน แทบไม่เหลือเค้าโครงของมัสแตงโฉมที่ 4 เลย โดยการออกแบบมัสแตงโฉมนี้ ได้ผสมสไตล์ของมัสแตงโฉมแรกเข้าไปพอสมควร จนมีผู้ตั้งฉายาให้มัสแตงโฉมที่ 5 ว่า "retro-futurism" หรือ ลัทธิย้อนยุค

เครื่องยนต์ตัวท็อปของโฉมนี้ ได้รับรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยม ด้วยการทดสอบความเร่ง พบว่าเครื่องรุ่นท็อปของมัสแตงโฉมนี้ สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ไปถึง 96.56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (60 ไมล์ต่อชั่วโมง) ใน 4.9 วินาที

เครื่องยนต์ตัวนั้นคือ Modular V8 4.6 ลิตร ดัดแปลงมาจากเครื่อง Cobra รุ่นท็อปของโฉมที่ 4 นอกจากนี้ มัสแตงโฉมที่ 5 ได้เพิ่มความจุของถังน้ำมันขึ้นเป็น 60.6 ลิตร (จากเดิม 58.3 ลิตร)

ในปี ค.ศ. 2010 ได้มีการปรับโฉมเกิดขึ้น โดยการเปลี่ยนแปลงภายนอกได้มีการเปลี่ยนกระจังหน้าแบบใหม่ ลดขนาดของไฟหน้าและไฟตัดหมอกให้มีขนาดเล็กลง ฝากระโปรงแบบใหม่ ไฟท้าย LED แบบสามเลนส์ แต่ภายนอกโดยรวมยังคล้ายแบบรุ่นปี 2005-2009 อยู่ ภายในได้เพิ่มความพรีเมี่ยมมากขึ้น 

ฟอร์ด มัสแตง โฉมที่ 6

Generation ที่ 6 (รุ่นปี ค.ศ. 2015-ปัจจุบัน)
ฟอร์ด มัสแตง รุ่นที่ 6 ได้เปิดตัวเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2013 โดยใช้ชื่อโฉมเป็นโฉมปี 2015 เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 50 ปีของฟอร์ด มัสแตง ที่ได้เปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 1964 ซึ่งใช้ชื่อโฉมเป็นปี 1965

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นที่ 6 นี้ เป็นรุ่นแรกที่ผลิตเวอร์ชันพวงมาลัยขวาและวางจำหน่ายลงตลาดทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ "วัน ฟอร์ด (One Ford)" ซึ่งเป็นโครงการที่ไม่แยกโมเดลรถฟอร์ดทั้งหมดขายในต่างประเทศ

ฟอร์ด มัสแตง รุ่นที่ 6 มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.7 ลิตร 300 แรง ม้า แรงบิด 365 นิวตันเมตร, เครื่องยนต์ EcoBoost ความจุ 2.3 ลิตร 310 แรงม้า แรงบิด 406 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0 ลิตร 435 แรงม้า แรงบิด 528 นิวตันเมตร กับเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะพร้อมเกียร์แบบ Paddle shift

ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2015 ฟอร์ด มัสแตง ได้รับรางวัล 5 ดาวจาก National Highway Traffic Safety Administration (NHTSA) จากการป้องกันการชนด้านหน้า ด้านข้าง และการกลิ้งของตัวรถ

ในปี 2017 Euro NCAP ได้มีผลทดสอบ 2 ดาวจากฟอร์ด มัสแตง ซึ่งถุงลมนิรภัยนั้น ได้พองตัวอย่างไม่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังตัดออปชั่นความปลอดภัยมาตรฐานยุโรปออกไป

เปิดรับจอง ฟอร์ด มัสแตง แล้ว ที่ ฟอร์ด ออโต้ แกลเลอรี่ ปทุมธานี


Ford Mustang 2018 กับราคาจำหน่าย ทั้ง 2 รุ่น

•Ford Mustang 5.0L V8 GT Coupe Performance Pack ราคา 4,799,000 บาท
•Ford Mustang 2.3L EcoBoost Coupe Performance Pack ราคา 3,599,000 บาท

ข้อมูลของ Ford Mustang 2018 

•ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Full-LED
•มีชุดเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ให้เลือกเพียงชุดเดียว
•มีโหมดแอปพลิเคชัน Track AppsTM เพื่อขับขี่แบบในสนามแข่ง
•ระบบอินโฟเทนเมนต์ SYNC 3 บนแผงหน้าปัดแสดงผลดิจิทัล LCD ขนาด 12 นิ้ว
•ทั้ง 2 รุ่นจะได้ ชุดแต่ง Performance Pack
•เฟืองท้าย Limited-Slip
•ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 19 นิ้ว
•ระบบเบรก Brembo ในรุ่น GT


Dimension มิติตัวถัง
•ยาว x กว้าง x สูง : 4,788 x 1,915 x 1,379 มิลลิเมตร
•ระยะฐานล้อ Wheelbase : 2,720 มิลลิเมตร
•ระยะห่างล้อคู่หน้า – คู่หลัง : 1,585 / 1,654 มิลลิเมตร
•ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน cd = 0.32


Engine เครื่องยนต์

เบนซิน 2.3 EcoBoost

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC Direct Injection Ti-VCT ขนาด 2.3 ลิตร 2,264 ซีซี. พ่วงเทอร์โบ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 87.55 x 94.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 9.5 : 1 กำลังสูงสุด 300 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 475 นิวตันเมตร ที่ 3,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อม Limited Slip Differential


เบนซิน V8 5.0 NA

เครื่องยนต์เบนซิน V8 สูบ DOHC Direct Injection Ti-VCT ขนาด 5.0 ลิตร 5,038 ซีซี. กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 93.0 x 92.7 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 12.0 : 1 กำลังสูงสุด 460 แรงม้า ที่ 7,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 570 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง พร้อม Limited Slip Differential


อัตราทดเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ 10R80 (รหัสเดียวกับ Ranger RAPTOR)
•เกียร์ 1 4.696
•เกียร์ 2 2.985
•เกียร์ 3 2.146
•เกียร์ 4 1.769
•เกียร์ 5 1.520
•เกียร์ 6 1.275
•เกียร์ 7 1.000
•เกียร์ 8 0.854
•เกียร์ 9 0.689
•เกียร์ 10 0.636
•เกียร์ถอยหลัง 4.866
•อัตราทดเฟืองท้าย 3.150


ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวกว่าที่เคย รวมถึงไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Full-LED เทคโนโลยี Track AppsTM ที่ให้ผู้ขับขี่เปิดประสบการณ์การขับขี่แบบในสนามแข่ง พร้อมเทคโนโลยีเหนือระดับอย่างระบบ SYNC 3 บนแผงหน้าปัดแสดงผลดิจิตอล LCD ขนาด 12 นิ้ว

Ford Mustang รุ่น GT และ EcoBoost มาพร้อมชุดแต่ง Performance Pack ที่ให้เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip ให้การขับขี่ในโค้งสนุกสนานขึ้น และ ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 19 นิ้วในทั้งสองรุ่น รวมถึงระบบเบรก Brembo ในรุ่น GT

Mustang Gallery

MUSTANG IN THE MOVIES

เรารวบรวมภาพยนตร์ที่เกี่ยวเนื่องหรือมีรถยนต์ฟอร์ด มัสแตง เข้ามา เป็นส่วนหนึ่งของเรื่อง

James Bond 007
Gold Finger

จอมมฤตยู 007 (อังกฤษ: Goldfinger) เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 3 ในภาพยนตร์ชุดบอนด์เดอะซีรีส์ที่ค่ายภาพยนตร์อีโอเอ็น (EON) สร้างขึ้น และเป็นครั้งที่ 3 ที่ฌอน คอนเนอรี่ แสดงเป็นเจมส์ บอนด์ ให้กับค่ายอีโอเอ็นนี้ กำกับโดย กาย ฮามิลตัน (Guy Hamilton) ออกฉายในพ.ศ. 2507

Gone in 60 Seconds

Bullitt

รถที่มีชื่อเล่นว่า Bullitt คันนี้คือหนึ่ง Ford Mustang (ฟอร์ด มัสแตง) ในสองคันที่ถูกนำมาแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ หลังจากถ่ายทำฉากการไล่ล่าในเมืองซานฟรานซิสโก รถถูกขายให้กับนักสะสมที่ไม่เผยชื่อ

BULLITT
IN
DC.

Ford Mustang 1968 (ฟอร์ด มัสแตง 1968) คันต้นฉบับจากภาพยนตร์ชื่อดังอย่าง Bullitt กำลังแสดงตัวอยู่ในกล่องแก้วแบบพิเศษในเมืองหลวงของสหรัฐอเมริการถที่มีชื่อเล่นว่า Bullitt คันนี้คือหนึ่ง Ford Mustang (ฟอร์ด มัสแตง) ในสองคันที่ถูกนำมาแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ หลังจากถ่ายทำฉากการไล่ล่าในเมืองซานฟรานซิสโก รถถูกขายให้กับนักสะสมที่ไม่เผยชื่อ

เชิญรับฟังบทเพลงมัสแตงที่รวบรวมโดย  Mr. Dean Hillestad

MUSTANG LUCKY DRAW

เชิญทุกท่านร่วมสนุกกับเรา
โดยแจกฟรี เสื้อยืด มัสแตง  3 รางวัล
และหมวกแก็ป มัสแตง  3 รางวัล
รวม 6 รางวัล
เพียงกรอกอีเมลของท่านเพื่อลุ้นรางวัล 
( ภายใน  31 ตค. นี้ )